แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เหรียญที่ระลึก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เหรียญที่ระลึก แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เหรียญที่ระลึกมหามงคลเฉลิมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542







     เหรียญที่ระลึกมหามงคลเฉลิมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 ทองคำ 7.5 กรัม หายาก ผลิตไม่เกิน 5,000 เหรียญ มีกล่องและใบเซอร์ เนื้อโลหะทองคำ ร้อยละ 90 เส้นผ่าศูนย์กลาง 21 มิลลิเมตร

     เหรียญที่ระลึกทองคำในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2542 หรือที่เราเรียกเหรียญนี้ว่า เหรียญทรงหมวก เป็นเหรียญที่หายากอีกเหรียญหนึ่งที่นานๆ จะได้เจอซักเหรียญ





ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://thaigoldcoin.com

เหรียญที่ระลึก 6 รอบในหลวง มูลนิธิวชิรเวชวิทยาลัย พ.ศ.2542 เนื้อบรอนซ์ชุบเงิน หลังฮาโลแกรม 3 มิติ





      เหรียญที่ระลึก 6รอบในหลวง มูลนิธิวชิรเวชวิทยาลัย พ.ศ.2542 เนื้อบรอนซ์ชุบเงิน หลังฮาโลแกรม 3 มิติ สวยมาก เหรียญดีพิธีใหญ่ คณาจารย์คณะสงฆ์ทั่วประเทศอธิฐานจิต





ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://thaigoldcoin.com




เหรียญอนุสรณ์มหาราช พิมพ์เสมา 3 รอบในหลวง เนื้อทองคำ ปี 2506






     รูปแบบเหรียญเสมา ขอบเรียบ ด้านบนมีห่วง ตรงกลางเหรียญเป็นพระบรมรูปครึ่งพระองค์ ผินพระพักตร์เบื้องซ้าย ทรงเครื่องทหารมหาดเล็กเต็มยศ ใต้พระบรมรูปเป็นพระปรมาภิไธย "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ริมขอบด้านซ้ายมีอักษรภาษาอังกฤษ Royal Mint

     ด้านหลัง ตรงกลางเป็นตราพระบรมราชจักรีวงศ์ เบื้องบนมีข้อความ "อนุสรณ์มหาราช" เบื้องล่างโค้งตามตราพระบรมราชจักรีวงศ์ เป็นข้อความว่า "เฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๓ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๐๖"

     เหรียญอนุสรณ์มหาราช เป็นเหรียญที่ระลึกในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 3 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมปี2506 ผ่านพิธีการปลุกเสกอย่างยิ่งใหญ่ ณ อุโบสถวัดราชบพิธ ถึง 2 วาระด้วยกัน

     ครั้งแรกวันที่ 29-30 พ.ย.2506

     รายนามพระคณาจารย์ที่ได้รับอาราธนามานั่งปรกบริกรรม วันที่ 29-30พฤศจิกายน 2506ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธ

     (พิธีครั้งที่ 1)
          1. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา
          2. หลวงพ่อพระครูโพธิสารประสาธน์ วัดโพธิสัมพันธ์ บางละมุง ชลบุรี
          3. หลวงพ่อพระวรพจรน์ปัญญาจารย์ วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี
          4. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง
          5. หลวงพ่อพระราชหระสิทธิคุณ วัดราชธานี สุโขทัย
          6. หลวงพ่อเงิน (พระราชธรรมาภรณ์ )วัดดอนยายหอม นครปฐม
          7. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม
          8. พ่อท่านคล้าย วัดสวนขวัญ ฉวาง นครศรีธรรมราช
          9. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างไห้ ปัตตานี

     พิธีครั้งที่ 2. วันที่ 5-6-7 เมษายน 2507
     รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสก วันที่ 5 เมษายน 2507
          1. พระสุเมธมุนี เจ้าคณะวัดบางหลวง ปทุมธานี
          2. พระสุนทรศีลสมาจาร (หลวงพ่อผล) วัดหนัง ธนบุรี
          3. พระครูปลัดบุญรอด วัดประดู่พัฒนาราม นครศรีธรรมราช
          4. หลวงพ่อทบ วัดสว่างอรุณ ชนแดน เพชรบูรณ์
          5. พระครูนนทกิจวิมล ( หลวงพ่อชื่น) วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี
          6. หลวงพ่อบัว วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี
          7. พระครูพุทธมนต์วราจารย์ (พระปลัดสุพจน์) วัดสุทัศน์ พระนคร
          8. พระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์เชียงราก ปทุมธานี
          9. หลวงพ่อหอม วัดขากหมาก ระยอง

     รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสก วันที่ 6 เมษายน 2507
           1. พระครูพิทักษ์วิการกิจ (หลวงพ่อสา) วัดราชนัดดา พระนคร
           2. พระครูสถาพรพุทธมนต์(หลวงพ่อสำเนียง) วัดเวฬุวนาราม บางเลน นครปฐม
           3. พระครูธรรมิตรนุรักษ์ วัดเขาหลัก ท่าศาลา นครศรีธรรมราช
           4. พระครูรักขิตวันมุนี (หลวงพ่อถีร์) วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี
           5. พระเทพสังวรวิมล (หลวงพ่อเจียง) วัดเจริญสุขาราม สมุทรสงคราม
           6. หลวงพ่อสำเภา วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่ ธนบุรี
           7. พระครูบาวัง วัดบ้านเด่น จ.ตาก
           8. พระมุจรินทร์โมลี (หลวงปู่ดำ) วัดมุจรินทร์ หนองจิก ปัตตานี

     รายนามพระคณาจารย์ที่ปลุกเสก วันที่ 7 เมษายน 2507
           1. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก บางไทร อยุธยา
           2. พระครูโพธิสารประสาธน์ (อาจารย์บุญมี) วัดโพธิสัมพันธ์ ชลบุรี
           3. พระวราพจน์ปัญญาจารย์ (หลวงพ่อวัดป่า) วัดอรัญญิกาวาส ชลบุรี
           4. หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน แม่ทะ ลำปาง
           5. พระราชประสิทธิคุณ (หลวงพ่อทิม) วัดราชธานี สุโขทัย
           6. พระราชธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อเงิน) วัดดอนยายหอม นครปฐม
           7. หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม
           8. พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อเมี้ยน) วัดพระเชตุพน พระนคร
           9. พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) วัดช้างให้ โคกโพธิ์ ปัตตานี

     การเริ่มพิธีนั้น พระเจริญคาถาภารวาณจะ ตั้งแต่เวลา 15.00น.ของแต่ละวัน พระคณาจารย์ทุกรูปจะผลัดเปลี่ยนกันนั่งปรกบริกรรมกันตลอดเวลา จนตลอดรุ่งของทุกวัน จนถึงเช้าตรู่วันที่ 8เมษายน 2507เวลา 6.00น. พระอาจารย์ที่นั่งปรกวันที่สามทั้งหมดทุกรูปประชุมพร้อมกันปลุกเสกเงียบเป็น เวลา 30นาที พอครบเวลาตามที่กำหนด เจ้าหน้าที่ลั่นฆ้องชัย พราหมณ์ เป่าสังข์แกว่งบัณเฑาะว์ ปี่พาทย์ทำเพลง 3ลา พระคณาจารย์ทุกรูปประพรมน้ำพุทธมนต์เหรียญเสมาทั้งหมดที่เข้าพิธีเสร็จแล้ว เจิม พระพิธีธรรมเจริญคาถาดับเทียนชัย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ดับเทียนชัย พราหมณ์เริ่มพิธีเบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชเป็นเสร็จการพิธี

     จัดสร้างโดย กระทรวงมหาดไทย เพื่อหาเงินทุนจัดตั้ง "มูลนิธิมหาราช" และได้ประกอบพิธีรัชมังคลาภิเษก ณ วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม พ.ศ. 2506

     ข้อมูลเหรียญ
     เหรียญเสมาทองคำ 3 รอบมหาราชซึ่งผลิตขึ้นในปี พ.ศ. 2506 เป็นเหรียญที่ผลิตขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 36 พรรษา หรือ 3 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2506 โดยเหรียญนี้ผลิตโดยเนื้อทองคำ รูปทรงเหรียญเป็นรูปเสมา หรือที่คุ้นหูกันชื่อเหรียญอาร์ม มีด้วยกัน 3 บล๊อค คือ 1.บล๊อคแว่นแตก (เป็นบล๊อคที่หายาก) 2.บล๊อค ช. 2 เส้น และอีกบล๊อคก็จะเป็นบล๊อคปกติทั่วไป น้ำหนักเหรียญจะอยู่ที่ 16-17 กรัม คาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดราชบพิธ

     ราคาจองซื้อสมัยนั้น
          1. ผู้สมทบทุน  1  บาท       ได้รับเสมาเนื้ออัลปาก้า  1 เสมา
          2. ผู้สมทบทุน  5  บาท       ได้รับเสมาเนื้อเงิน  1  เสมา
          3. ผู้สมทบทุน  1,000 บาท  ได้รับเสมาทองคำ  1  เสมา
          4. ผู้สมทบทุนถึง 10,000 บาท  นอกจากจะได้รับเสมาทองคำ 10 เสมาแล้ว มูลนิธิฯ จะได้ทำการจารึกชื่อผู้บริจาคไว้ ณ สถานอุปการะเยาวชนของมูลนิธิมหาราช

     วิธีสังเกตุเหรียญ
     ด้านหน้า
          1. รูเข้าห่วงด้านหน้าจะอยู่ เยื้องๆ กับด้านหลัง
          2. ผิวเหรียญ ดูจะเป็นเนื้อทองเก่า จะออกเป็นเสี้ยนๆ เล็กๆ
          3. สระ อู กับ อุ ตรงคำว่า "ภูมิ กับคำว่า ดุล" จะชิดกับขอบด้านล่าง
          4. สังเกตุ "ร" ให้ดีๆ หาง "ร" มันจะยกสูงกว่าหัว "ม"
          5. มีคำว่า ROYAL MINT อยู่

     ด้านหลัง
          1. รูเข้าห่วงหลังเมื่อกลับเหรียญแล้วจะ เยื้องกับด้านหน้า
          2. "ม" จะดูห่างออกมากลุ่มตัวอักษร
          3. ให้สังเกตุวงกลมเล็กๆ จะอยู่ในตำแหน่งที่เยื้องกัน จะไม่ตรงกัน
          4. สระ อะ จะใหญ่ เล็ก ไม่เท่ากัน




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.thaicoin.net ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง
และ http://thaigoldcoin.com


เหรียญที่ระลึกสมโภชช้างเผือก ภปร.จ.นราธิวาส ปี 2520 เนื้อเงิน

     เหรียญสมโภชช้างเผือก จ.นราธิวาส ปี 2520 ช้างเผือกเชือกที่ 9 ในรัชกาลที่ 9





     หลังจากมีการขึ้นระวางลูกช้างพัง ‘จิตรา’ เป็นช้างต้นคู่พระบารมีแล้ว ไม่นานต่อมา กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยประชาชนชาวนราธิวาส จึงพร้อมใจกันน้อมเกล้าฯ ถวายช้างสำคัญเชือกนี้ เพื่อเป็นพระราชยานพาหนะคู่พระบารมีตามโบราณราชประเพณีสืบไป

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริเห็นว่า การมีช้างสำคัญเกิดขึ้นในพระราชอาณาจักร โบราณราชประเพณีย่อมนิยมว่าเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงรับการน้อมเกล้าฯ ถวายช้างสำคัญ และโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชช้างสำคัญขึ้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นเกียรติประวัติและเป็นสิริมงคลแก่จังหวัดนราธิวาสและส่วนภูมิภาค เป็นงานพิธีรวม ๓ วัน ในระหว่างวันที่ ๒๓-๒๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐

     โดยช้าง “จิตรา” ได้ขึ้นระวางเป็น “พระศรีนรารัฐราชกิริณี” หรือนามเต็มว่า “พระศรีนรารัฐราชกิริณี จิตรวดีโรจนสุวงศ์ พรหมพงศ์อัฐทิศพิศาล พิเสฐธารธรณิพิทักษ์ คุณารักษ์ กิตติกำจร อมรสารเลิศฟ้า”

     ก่อนถึงพระราชพิธีสำคัญยิ่งนี้  ทางจังหวัดโดยนายวัชระ สิงคิวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้จัดสถานที่เตรียมงานและจัดสร้างรูปช้างปูนปั้น ณ ประตูเข้าเมืองให้สมพระเกียรติขึ้น ช้างคู่รูปช้างปูนปั้นออกแบบโดยนายสมพงษ์ แจ้งศิริ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

     ภายหลังรูปช้างคู่สัญลักษณ์เมืองช้างเผือก ถูกนำไปประดิษฐานอยู่ที่ถนนสุริยะประดิษฐ์ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองนราธิวาส ผ่านหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเล็กน้อย ผู้ผ่านมาผ่านไปจะเห็นรูปช้างยืนอยู่สองฟากถนนหันหน้าเข้าหากันบริเวณสี่แยกตรงถนนนราภิรมย์ตัดกับถนนสุริยะประดิษฐ์ ชาวนราธิวาสเรียกบริเวณนี้ว่า “แยกช้างคู่” ก่อนจะย้ายรูปช้างปูนปั้นคู่ไปอยู่ใกล้กับสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนราธิวาสในกาลต่อมา

     สำหรับในพระราชพิธีสมโภชช้างเผือก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเหรียญการสมโภชขึ้นระวางช้างเผือกแก่ข้าราชการและประชาชนไว้เป็นที่ระลึกด้วย เป็นเหรียญที่สร้างด้วยเนื้อเงินแท้ขนาดกว้าง ๓ เซนติเมตร สูง ๓.๕ เซนติเมตร ด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ทั้งสองพระองค์คู่กัน ด้านหลังเหรียญเป็นรูปช้างเผือกแต่งด้วยคชาภรณ์ ข้างบนมีอักษรย่อ ภปร. แนวขอบเหรียญด้านล่างมีอักษรจารึกว่า พระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชช้างเผือก ด้านใต้ฐานรูปช้าง มีอักษรว่า จ.นราธิวาส. ส.ค.๒๕๒๐ นับเป็นเหรียญที่สวยงามมาก

     นอกจากนี้ในที่สุดสัญลักษณ์ของจังหวัดนราธิวาสที่เป็นรูปเรือใบเต็มกำลังแล่นกางใบ ก็มีรูปช้างเผือกปรากฏอยู่ด้วย

     ปัจจุบันพื้นที่ที่พบช้างสำคัญจนได้นำเข้าน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นช้างต้นคู่บารมีครั้งนั้น ได้มีการตั้งชื่อสถานที่นั้นเป็นที่ระลึกว่า “บ้านช้างเผือก” ตำบลช้างเผือก ซึ่งแยกมาจากตำบลดุซงญอ และเปลี่ยนจากอำเภอระแงะมาขึ้นตรงต่ออำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส จนปัจจุบันนี้ และในพื้นที่ตำบลช้างเผือกนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ได้เคยเสด็จมาเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๔๓ กระทั่งมีการก่อสร้างศาลาทรงงานในโครงการศิลปาชีพ พร้อมทั้งมีโครงการของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชอีกหลายโครงการ

     และ...นี่คือตำนานช้างเผือกเชือกที่ ๙ ที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่โรงช้างต้น พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต จากช้างต้นหรือช้างเผือกทั้งหมด ๑๒ เชือกที่ขึ้นระวางเป็นช้างสำคัญในรัชกาลนี้

     ช้างเผือกเชือกแรกที่ทรงขึ้นระวางเป็นช้างสำคัญในรัชกาล ชื่อ “พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ทุติยเศวตกรีกมุทพรรโณภาส บรมกมลาสนวิศุทธวงศ์ สรรพมงคลลักษณะคเชนทรชาติ สยามราษฎรสวัสดิประสิทธิ์ รัตนกุญชรนิมิตบุญญาธิการ ปรมินทรพิตรสารศักดิเลิศฟ้า” เป็นช้างเผือกโท ที่นายแปลกคล้องได้ที่จังหวัดกระบี่เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๙ และ พลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย น้อมเกล้าฯ ถวายเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๐ สมโภชขึ้นระวาง ณ โรงช้างต้น พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๒




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://thaigoldcoin.com

เหรียญที่ระลึก อนุสรณ์การพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จย่า เนื้อทองคำ 20 กรัม ปี 2539







     เหรียญที่ระลึกอนุสรณ์การพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จย่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเนื้อทองคำปี 2539

     เส้นผ่าศูนย์กลาง 30 มม. น้ำหนัก 20 กรัม ลักษณะเหรียญกลมขอบเรียบ มีอักษร Au ที่บริเวณใต้รูปพระเมรุมาศด้านซ้าย

     รูปแบบเหรียญ

     กลางเหรียญมีพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระพักตร์ตรง ชิดวงขอบเหรียญด้านล่างมีข้อความว่า "สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" มีลายดอกประจำยามประกอบหัวท้ายข้อความ

     กลางเหรียญมีรูปพระเมรุมาศ ด้านล่างมีข้อความว่า "๒๑ ตุลาคม ๒๔๔๓-๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๘ " และมีเครื่องหมายโรงกษาปณ์ ชิดวงขอบเหรียญด้านบนมีข้อความว่า "อนุสรณ์การพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ๑๐ มีนาคม ๒๕๓๙"

     เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สวรรคตด้วยอาการสงบ ณ โรงพยาบาลศิริราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการให้สำนักพระราชวังจัดการพระบรมศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามโบราณราชประเพณี ประดิษฐานพระบรมศพ ณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2538  และมีพระบรมราชานุญาตให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการและประชาชนทั่วไป เข้าถวายสักการะพระบรมศพ จนถึงวัพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ในวันที่ 10 มีนาคม 2539

     ในการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพครั้งนี้ คณะกรรมการจัดงานฯ ได้มอบหมายให้กรมธนารักษ์จัดทำเหรียญที่ระลึกไว้เป็นอนุสรณ์ด้วย โดยกระทรวงการคลังได้นำเงินรายได้จากการจำหน่ายเหรียญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามอัธยาศัย

     กรมธนารักษ์ได้เคยจัดทำเหรียญทีระลึก ถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ มาแล้ว 3 ครั้ง คือ

     1. เหรียญที่ระลึกพระราพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2528) จัดทำเหรียญชนิดทองคำ ชนิดเงิน ชนิดทองแดงรมดำ 2 ขนาด คือ ชนิดเส้นผ่าศูนย์กลาง 70 มม. และชนิดเส้นผ่าศูนย์กลาง35 มม.

     2. เหรียญที่ระลึกอนุสรณ์การพระราชพิธีถวานพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พ.ศ. 2539) จัดทำชนิดทองคำ ชนิดเงินและชนิดทองแดง

     3. เหรียญที่ระลึกอนุสรณ์พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์(พ.ศ.2551) จัดทำชนิดทองคำ ชนิดเงินและชนิดทองแดงรมดำพ่นทราย




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://thaigoldcoin.com



เหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี ราชาภิเษกสมรส ครบชุด เนื้อทองคำ เงิน และทองแดง ปี2543

     เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดเหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี ราชาภิเษกสมรสและเหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี บรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นเหรียญที่ระลึกที่ขึ้นในปี พ.ศ. 2543 อันเป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และราชาภิเษกสมรสเหรียญที่ระลึกครบ 50ปี ราชาภิเษกสมรส และเหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี บรมราชาภิเษก เป็นเหรียญที่สร้างน้อยและหายากมากในปัจจุบัน ผู้ที่ชื่นชอบและนักสะสมไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ

     ลักษณะของเหรียญ เหรียญชนิดที่ 1 - 4 เป็นเหรียญกลมวงขอบนอกเรียบลวดลาย
     ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ พระรูปสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เบื้องหลังมีรูปพระบรมมหาราชวัง เบื้องบนระหว่างสองพระองค์ มีเครื่องหมายสัญลักษณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ อยู่ภายใต้นพปฎลเศวตฉัตร






     ด้านหลัง กลางเหรียญมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ "ภปร" และอักษรพระนามาภิไธย "สก" เบื้องบนมีอุณาโลมเป็นเลขเก้าอยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องล่างมีรูปดอกพุดตาน ภายในวงขอบเหรียญด้านขวามีข้อความว่า "ราชาภิเษกสมรสครบ 50 ปี" ด้านซ้ายมีข้อความว่า "28 เมษายน 2543" และวงรอบเหรียญมีลายกลีบดอกรัก จำนวนห้าสิบกลีบ

     เหรียญที่ระลึกครบ 50 ปี ราชาภิเษกสมรส ผลิต 4 ชนิด บรรจุพร้อมกล่องและใบรับรอง คือ

     1. เหรียญที่ระลึกทองคำพ่นทรายพิเศษ
          ส่วนผสม ทองคำร้อยละ 90
          ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 26 มิลลิเมตร
          น้ำหนัก 15 กรัม

     2. เหรียญที่ระลึกเงินรมดำพ่นทรายพิเศษ
          ส่วนผสม เงินร้อยละ 92.5
          ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร
          น้ำหนัก 15 กรัม

     3. เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทรายพิเศษ
          ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร
          น้ำหนัก 13 กรัม

     4. เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทรายพิเศษ
          ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 70 มิลลิเมตร
          น้ำหนัก 150 กรัม




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://thaigoldcoin.com

เหรียญพระชัยหลังช้าง สก. ปี 2535 เนื้อทองคำ








     จัดสร้างเนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 มหาเถระสมาคม จัดสร้างถวายเพื่อพระราชทานแก่มูลนิธิศิลปาชีพ พิธีมหาชัยมังคลาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

    "พระชัยหลังช้าง" ก่อนจะได้เรียกดังนี้ พระนามเดิมคือ "พระชัย" หรือ "พระไชย" ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 4ได้ออกพระนามเพิ่มว่า "พระไชยวัฒน์" ก่อนเปลี่ยนพระนามเป็น "พระชัยวัฒน์" ในสมัยรัชกาลที่ 7พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงมีพระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลทุกพระองค์ มีเพียงรัชกาลที่ 8ที่ไม่มี ปัจจุบัน พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลทุกพระองค์ ประดิษฐาน ณ หอพระสุราลัยพิมาน พระบรมมหาราชวัง พระชัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีลักษณะพิเศษคือเป็นแบบนั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในลักษณะถือด้ามพัด เป็นพระพุทธรูปขนาดย่อมหรือค่อนข้างเล็ก เพื่อสะดวกเคลื่อนย้ายไปในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพระราชสงคราม ถ้าเป็นทางสถลมารคจะเชิญขึ้นช้างนำหน้าช้างพระที่นั่ง จึงเรียกว่า "พระชัยหลังช้าง" ทางชลมารคก็เชิญลงเรือพระที่นั่งหน้าเรือพระเจ้าอยู่หัวเช่นกัน สันนิษฐานว่าการหล่อพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาลเป็นราชประเพณีที่ปฏิบัติสืบเนื่องยาวนาน คือเมื่อพระมหากษัตริย์ทรงรับบรมราชาภิเษก ที่ปรากฏในพงศาวดารรัชกาลสมเด็จพระนเรศวร มีการเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ไปในงานพระราชสงครามด้วย บ่งชี้ว่ามีพระชัยมาตั้งแต่รัชกาลนั้นแล้ว คณะสงฆ์จัดสร้างเหรียญพระชัยหลังช้าง เพื่อเทิดพระบุญญาธิการสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๕ หน้าเหรียญเป็นรูปพระชัยหลังช้าง ด้านหลังเป็นตราพระปรมาภิไธย่อ ส.ก. เหรียญเป็นเหรียญพระชัยหลังช้าง หลังพระปรมาภิไธยย่อ สก.ออกที่วัดบวรฯ ออกเมื่อปี 12สิงหาคม 2535คณะสงฆ์สร้างถวายในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5รอบ เป็นพระพิธีใหญ่เข้าพิธีปลุกเสกซ้ำหลายวาระด้วยกัน สามารถใช้บูชาติดตัวได้อย่างอุ่นใจครับ เหรียญมีขนาด 2.2 X 3.7 c.m.ให้ใช้คำอธิษฐาน ว่า “ร. 1ไม่เคยแพ้ใครฉันใด ขอเราจงเป็นผู้ชนะ แบบ ร. 1และขอได้โปรดคุ้มครองข้าพเจ้า จะเดินทางไป ณ ที่ใด ขอให้รอดตลอด ปลอดภัย ทั้งไป และกลับ .... โชคดี มีชัย คล่องตัว ตลอดเวลา. "พระชัยหลังช้าง สก." องค์หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (ฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง ท่านก็มีส่วนร่วม ครับ.... "

     เหรียญพระชัยหลังช้าง" เหรียญดังพิธีดีอีกเหรียญหนึ่งที่หยิบยกมากล่าวถึง เป็นเหรียญที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ แห่งวัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร ในนามคณะสงฆ์ได้ดำเนินการจัดสร้างขึ้น สืบเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5รอบ 60พรรษา ในปี พ.ศ.2530เป็นเหรียญปั๊มด้านหน้าเป็นรูปพระชัยวัฒน์ที่เรียกกันว่า "พระชัยหลังช้าง" ด้านหลังเป็นพระปรมาภิไธยย่อ "ภปร." มีอักษรปรากฏบนเหรียญว่า "5ธันวาคม 2530" และ "คณะสงฆ์สร้างในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 5รอบ" "เหรียญพระชัยหลังช้าง" เป็นเหรียญดีเพราะพิธีการจัดสร้างเปี่ยมด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ทั้งเจตนาการจัดสร้างเพื่อนำรายได้จากการบริจาคบูชานั้น ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกเมื่อวันที่ 5ธันวาคม พ.ศ.2530ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร มีพระเกจิอาจารย์ดังปลุกเสกมากมาย ประการสำคัญยิ่ง เหรียญพระชัยหลังช้าง มีสมเด็จพระสังฆราชถึง 2พระองค์ ปลุกเสก นั้นคือ สมเด็จพระสังฆราช (วาส) วัดราชบพิธฯ และสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร ที่ต่อมาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช เมื่อปี พ.ศ.2532และ"เหรียญพระชัยหลังช้าง"มีสมเด็จพระราชาคณะที่ร่วมปลุกเสกอีก คือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา สมเด็จพระวันรัต วัดโสมนัสวิหาร สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดปทุมคงคา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศ เมื่อครั้งยังเป็นที่พระพรหมคุณาภรณ์ แล้วยังมีพระเกจิอาจารย์ดังแห่งยุคนั้น อาทิ หลวงพ่อแพ แห่งวัดพิกุลทอง จังหวัดสิงห์บุรี พระมหาวีระ ถาวโร (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) วัดท่าซุง หลวงพ่อชื้น วัดญาณเสน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระครูสันติวรญาณ (สิม) วัดถ้ำผาปล่อง พระอุดมสังวรเถร (อุตตมะ) วัดวังก์วิเวการาม จังหวัดกาญจนบุรี พระครูฐาปนกิจสุนทร (เปิ่น) วัดบางพระ จังหวัดนครปฐม หลวงปู่ม่น วัดเนินตาหมาก จังหวัดชลบุรี พระครูเกษมธรรมนันท์ (แช่ม) วัดดอนยายหอม พระครูปริมานุรักษ์ (พูล) วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม

     ที่สำคัญ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง ท่านเคยกล่าวไว้กับลูกศิษย์ของท่านว่า เหรียญพระชัยหลังช้างนี้เป็นเหรียญที่มีพุทธานุภาพดีมากๆ กล่าวสำหรับพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลปัจจุบันนี้ มีความเป็นมาสืบเนื่องจากราชประเพณีหล่อพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาล เริ่มเมื่อ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงมีพระราชดำริว่า พระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำพระองค์ที่เชิญไปในราชการศึกสงคราม ซึ่งเรียกกันว่า "พระชัยหลังช้าง" นั้น ได้เชิญไปประดิษฐานหน้าพุทธบัลลังก์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เพราะเป็นพระพุทธรูปคู่บารมีมาด้วยกัน จึงขาดพระพุทธปฏิมาสำหรับถวายสักการะ ณ พระราชมณเฑียร จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ขึ้นแทน ถวายพระนามว่า พระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาล ในรัชกาลต่อมา เมื่อประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ถือเป็นราชประเพณีที่จะต้องหล่อพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์สืบมาทุกรัชกาล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 5พฤษภาคม พ.ศ.2493ยังไม่ได้สร้างพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาล ในการพระราชพิธีจึงต้องเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ของรัชกาลที่ 5ซึ่งเป็นสมเด็จพระบรมอัยกาธิราช เป็นพระพุทธรูปประธานในงานพระราชพิธี ครั้น พ.ศ.2495เสด็จพระราชดำเนินกลับจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาประทับพระนคร พ.ศ.2506จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ประจำรัชกาลตามราชประเพณี และโปรดเกล้าฯ ให้ นายพิมาน มูลประมุข เป็นช่างปั้นหุ่นพระพุทธรูป พระเครื่องและเหรียญที่ระลึกที่มีพระปรมาภิไธยย่อ "ภปร" ประดิษฐานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า หรือด้านหลัง ถือว่าเป็นสิ่งมงคลที่น่าเก็บสะสมบูชาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเหรียญพระพุทธรูปของ วัดต่างๆ ที่มีตรา ภปร.ประดิษฐานอยู่ด้านหลังนั้นมีอยู่จำนวนมากเช่นกัน หลายๆ รุ่นมีพิธีการสร้างที่เข้มขลัง และมีพุทธศิลป์ที่งดงามอย่างยิ่ง ดั่งเช่นเหรียญพระพุทธ หรือเหรียญพุทธคุณ พระปรมาภิไธยย่อ ภปร.ที่เรียกขานกันว่า "เหรียญพระชัยหลังช้าง" สร้างโดยคณะสงฆ์ทั้ง 2นิกายในปีมหามงคลเจริญพระชนมพรรษาครบ 5รอบ 60พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 5ธ.ค.2530 "เหรียญพระชัยหลังช้าง" มีเนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อกะไหล่ทอง

      มูลเหตุที่นำรูป พระชัยหลังช้างมาจัดสร้างเพื่อเทิดพระเกียรติล้นเกล้าทั้งสอง พระองค์ ด้วยเห็นว่าพระชัย (หลังช้าง) เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง คู่บุญญาบารมีของปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ ควรที่ประชาชนจะมีไว้สักการบูชา เพราะเป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในพระองค์ ดังเช่น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรุงเทพฯ ได้ลิขิตไว้ว่า"เหรียญพระชัยหลังช้าง" "หากอยู่กับบ้านก็คุ้มบ้าน หากอยู่กับตัวก็คุ้มตัว" และเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดดังกล่าว ท่านจึงได้จัดพิมพ์หนังสือเรื่อง "ปรากฏการณ์อันน่าพิศวงเกี่ยวด้วยเหรียญพระชัย (หลังช้าง)" ขึ้น โดยรวบรวมเรื่องราวจากผู้ที่ได้รับประสบการณ์จากเหรียญนี้มากมายหลายท่าน เหรียญพระชัยหลังช้าง เหรียญพระชัยหลังช้าง ความเป็นมาของ "พระชัยวัฒน์" เดิมมีพระนามว่า "พระชัย" หรือ "พระไชย" ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ออกพระนามเพิ่มว่า "พระไชยวัฒน์" และได้เปลี่ยนพระนามมาเป็น "พระชัยวัฒน์" ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลปัจจุบัน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร มีฉัตรปรุ 5ชั้นปักกั้น หน้าตักกว้าง 7นิ้ว สูงจากทับเกษตรถึงยอดพระรัศมี 9นิ้ว มีพัดแฉกหล่อด้วยเงินปักข้างหน้า ที่ฐานมีคำจารึก ซึ่งเป็นต้นแบบในการนำมาสร้าง เหรียญพระชัยหลังช้าง




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://thaigoldcoin.com

เหรียญเสมา ที่ระลึก 6 รอบในหลวง รัชกาลที่ 9 ปี 2542 ครบชุด สร้างโดยกระทรวงมหาดไทย

          เหรียญเสมาที่ระลึก 6 รอบในหลวง รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สร้างในวโรกาสครบ 6 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ 2542 โดยกระทรวงมหาดไทย พิธีมังคลาภิเษก ณ.พระอุโบสถวัดพระศรรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระญานสังวรสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานในพิธี  ครบชุดพร้อมกล่อง สวยทุกเหรียญ







          โดยลักษณะเหรียญด้านหน้าเป็นพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านหลังเป็นตราพระปรมาภิไธย ด้านล่างเป็นตรากระทรวงมหาดไทย และปีพ.ศ.ที่สร้าง

          รุ่นนี้เป็นรุ่นที่สร้างต่อมาจากเหรียญในหลวงนั่งบังลังค์

                    เหรียญทองคำหนัก 15 กรัม

                    เหรียญเนื้อเงิน หนัก 10 กรัม

                    เหรียญเนื้อทองเหลือง หนัก 13 กรัม



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://thaigoldcoin.com

เหรียญเสมา ที่ระลึกในหลวง 5 รอบ ปี 2530 พิธีใหญ่ เนื้อเงิน ทรงระฆังคว่ำ รัชกาลที่ 9

                 หน้าเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผินพระพักตร์ทางเบื้องซ้าย ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย ด้านล่างมีข้อความว่า "ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙"




                 กลางเหรียญมีสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา  ใต้สัญลักษณ์มีเครื่องหมายโรงกษาปณ์ ชิดขอบเหรียญด้านบนมีข้อความว่า "มหามงคลพระชนมพรรษา ๖๐" ด้านล่างมีข้อความว่า "๕ ธันวาคม ๒๕๓๐"




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://thaigoldcoin.com

เหรียญทรงผนวช โมเน่ ปี 2551 ชุดเนื้อทองคำ เงิน ทองแดง เนื้อทองคำบริสุทธิ์ 99.99%

เหรียญทรงผนวช โมเน่ ปี 2551ชุดเนื้อทองคำเงิน, ทองแดง เนื้อทองคำบริสุทธิ์ 99.99% สภาพสวยไม่ได้ผ่านการใช้งาน ผลิตจากโรงงานกษาปณ์ โมเน่ ประเทศฝรั่งเศส มาพร้อมกล่องเดิมๆ หมายเลข 611ตรงกันทั้ง 3เหรียญ เรียกเหรียญทรงผนวช ปี 2551เป็นรุ่นที่ระลึกสมโภชพระเจดีย์วัดบวรนิเวศวิหาร





มีการผลิตเพียงแต่ 2551ชุดเท่านั้นเหรียญเนื้อทองคำทำจาก เนื้อทองคำบริสุทธิ์ 99.99% น้ำหนัก 16.6กรัม

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีสมโภชพระเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร และทรงยกฉัตรพระประธาน ประจำพระอุโบสถคณะรังษี วันจันทร์ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑

เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร พระพรหมมุนี ผู้แทนสมเด็จพระสังฆราช คณะกรรมการโครงการบูรณปฏิสังขรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ เฝ้าฯ รับเสด็จ โอกาสนี้จะทรงพระสุหร่าย เหรียญทรงผนวช ที่ระลึกสมโภชพระเจดีย์วัดบวรนิเวศวิหาร ถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๑-๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ ซึ่งทางวัดจะประกอบพิธีพุทธาภิเษก และมังคลาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ในวันจันทร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๓๐ น.

เหรียญทรงผนวช รุ่นนี้ ส่วนหนึ่งผลิตโดย สำนักกษาปณ์ โมเน่ เดอร์ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส และอีกส่วนหนึ่งผลิตโดย สำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ประเทศไทย เปิดรับจองบูชา วันอังคารที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นไป รับเหรียญได้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ ติดต่อได้ที่ สำนักงานโครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดบวรฯ (ข้างพระอุโบสถ) โทร.๐-๒๒๘๒-๒๔๔๗, ๐-๒๒๘๑-๙๕๕๕, ๐๘-๔๙๔๐-๐๙๗๑, ๐๘-๑๒๕๖-๓๕๑๐, ๐๘-๔๙๔๐-๐๙๗๒ หรือที่ธนาคารกรุงไทย เฉพาะสาขาใน กทม.และปริมณฑล ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขา โทร.๐-๒๑๐๐-๙๗๙๗ ต่อ ๙๗๙๔

เหรียญทรงผนวช ๒๕๕๑ ผลิตโดย 'สำนักกษาปณ์ โมเน่ เดอร์ ปารีส' ประเทศฝรั่งเศส โดยที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร โปรดมีพระบัญชาให้คณะกรรมการวัดบวรนิเวศวิหาร สำรวจสภาพพระตำหนัก อาคารโบราณสถาน ทั้งเขตพุทธาวาส และเขตสังฆาวาส เพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์ สิ่งที่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า สมเด็จพระบูรพาจารย์ พระบูรพาจารย์ ได้ทรงจัดสร้างไว้ดีแล้ว ให้คงดีสืบไป เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า สมเด็จพระบูรพาจารย์ พระบูรพาจารย์

วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง เหรียญทรงผนวช ๒ ครั้ง ใน ๓ วาระ คือ

ครั้งที่ ๑ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๘ โดยมีข้อความจารึกบนเหรียญรุ่นนี้ว่า “เสด็จฯ สมโภชพระเจดีย์ทองบวรนิเวศ ๒๙ สิงห์ ๒๕๐๘ ในมงคลสมัยพระชนมายุเสมอสมเด็จพระราชบิดา”

ครั้งที่ ๒ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยมีข้อความจารึกบนเหรียญว่า “บูรณะพระเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐”

ครั้งที่ ๓ โดยมีข้อความจารึกบนเหรียญว่า “สมโภชพระเจดีย์ วัดบวรนิเวศวิหาร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๑-๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑”

ในการจัดสร้าง เหรียญทรงผนวช ที่ระลึกสมโภชพระเจดีย์ครั้งนี้ ถือเป็นวาระที่สำคัญยิ่ง ดังนั้น จึงตระหนักถึงคุณค่า วาระ และโอกาสที่ได้รับพระบรมราชานุญาต เพื่อให้เป็นเกียรติประวัติอันสูงสุด คณะกรรมการจัดสร้างเหรียญทรงผนวช ได้มีความเห็นว่า ควรให้ สำนักกษาปณ์ โมเน่ เดอร์ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสถาบันที่มีฝีมือ และชื่อเสียงสูงสุด เป็นผู้ปั้นแบบ และผลิตเป็นกรณีพิเศษ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://thaigoldcoin.com


วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เหรียญที่ระลึก UNDP รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ปี2549





          กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสที่สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ปี 2549 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549

          โดยทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรก ที่ได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลเกียรติยศดังกล่าว อันเป็นรางวัลที่ทาง UNDP ได้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อมอบแด่บุคคลดีเด่นที่ได้อุทิศตนตลอดช่วงชีวิต ในการสร้างความกระจ่างต่อสาระสำคัญของการพัฒนา และแสดงถึง รูปธรรมในทางปฏิบัติอันเป็นคุณูปการที่ผลักดันความก้าวหน้าในการพัฒนาคนทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค หรือระดับโลก

          "กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแผ่พระเกียรติคุณของพระองค์ท่านให้แผ่ไพศาลเป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศทั่วโลก ในการที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อความผาสุกของพสกนิกรทั่วประเทศ นับแต่วันแรกที่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ดังพระราชดำรัสว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

          ตลอด 60 ปีที่ทรงครองราชย์ พระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยโดยมิได้เลือกเชื้อชาติ ศาสนา ทรงพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ทำให้นานาประเทศตื่นตัวในการพัฒนาภายใต้แนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และได้รับการขนานพระนามจากชาวโลกว่า #พระมหากษัตริย์นักพัฒนา"

          สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกที่จัดทำขึ้น จะมี 2 ชนิดราคา ได้แก่ 

          1.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงิน ชนิดราคา 900 บาท ประเภทขัดเงาและลงสี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 31.1 กรัม (1 ออนซ์) จำนวนผลิตไม่เกิน 250,000 เหรียญ จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,500 บาท
          โดยถือเป็นครั้งแรกในการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกประเภทขัดเงาและลงสีในประเทศไทย ซึ่งใช้เทคนิคการพิมพ์สีลงบนโลหะเงินบริสุทธิ์ และ

          2.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 20 บาท ประเภทธรรมดา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 32 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัมจำนวนผลิตไม่เกิน 3,000,000 เหรียญ จ่ายแลกราคาเหรียญละ 20 บาท
          ด้านหน้า บริเวณกลางเหรียญ จะมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงงาน ทรงฉลองพระองค์สากล ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงิน พระบรมรูปใช้เทคนิคการลงสีด้วย
          ด้านหลัง บริเวณกลางเหรียญมีรูปพานเงินรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ เบื้องบนรูปพานเงินมีรูปสัญลักษณ์องค์การสหประชาชาติ ด้านขวาและซ้ายของรูปพานเงินมีข้อความบอกราคา โดยรอบรูปพานเงินเบื้องบนมีข้อความว่า “His Majesty King Bhumibol Adulyadej of Thailand”

          เบื้องล่างมีข้อความว่า “The first UNDP Human Development Lifetime Achievement Award” โดยมีจุดกลมคั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่าง ภายในวงขอบเหรียญ เบื้องบนมีข้อความว่า “รางวัลความสำเร็จ สูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” เบื้องล่างมีข้อความว่า “๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ประเทศไทย” โดยมีรูปลายไทยคั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่างทั้งสองข้าง

          ทั้งนี้ ในวาระอันเป็นมหามงคลดังกล่าว กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญที่ระลึกขัดเงาและลงสีจำนวน 1 เหรียญ เป็นเงินบริสุทธิ์ 99.9 ขนาด 10.1 เซนติเมตร (101 มิลลิเมตร) น้ำหนัก 1 กิโลกรัม โดยมีรูปแบบเช่นเดียวกับ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าว แต่ไม่มีราคาหน้าเหรียญ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

          สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงิน ชนิดราคา 900 บาท ประเภทขัดเงาและลงสี ที่จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,500 บาท ในเบื้องต้น ล็อตแรกจะเปิดให้จ่ายแลกก่อน เป็นจำนวน 50,000 เหรียญ โดยให้แลกได้คนละ 1 เหรียญ(นโยบายเช่นเดิม ไม่ให้เยอะให้คนละเหรียญกลัวไม่พอ สุดท้ายเหลือบาน จนเพิ่งหมดเมื่อไม่นานมานี้ คือช่วงที่ท่านสวรรคต)

          พอท่านเสด็จสวรรคต เหรียญนี้คนเริ่มตามหา จากเดิม พันกว่า สองพัน ก็กระโดดไปเป็น 3,500....4,000 และ 5,000 บาทในช่วงเวลาหนึ่ง ช่วงนี้ น่าจะราวๆ 3,000-3,500 บาท





ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
siamcoin.com


วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกชนิดราคา 16,000 บาท


     เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 16,000 บาท จำนวน 1 วาระ คือ

     1. 5 รอบ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี



ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในประเทศไทย

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกชนิดราคา 250 บาท


     เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 250 บาท จำนวน 1 วาระ คือ



     1. ปีคนพิการสากล 2526





ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในประเทศไทย

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกชนิดราคา 100 บาท


     เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 บาท จำนวน 6 วาระ ประกอบด้วยเหรียญกษาปณ์ที่ออกเป็นที่ระลึกในวาระต่างๆ ดังนี้



     1. อนุรักษ์ธรรมชาติฯ 2517
     2. 100 ปี กระทรวงการคลัง 2518
     3. ประชุมผู้ว่าการธนาคารโลก IMF 1991
     4. ประชุมสมัชชาลูกเสือโลก #33 19-23 Jul 1993
     5. อนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า
     6. 100 ปี กรมสรรพากร



ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในประเทศไทย

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกชนิดราคา 10 บาท (สีเดียว)


     เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 10 บาทสีเดียว จำนวน 47 เหรียญ ครบชุดในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เริ่มมีการผลิตจนถึงปัจจุบันมาให้ชมกัน  ชุดนี้ประกอบด้วยเหรียญกษาปณ์ที่ออกเป็นที่ระลึกในวาระต่างๆ ดังนี้



     01. รัชกาลที่ 9 ครองราชย์ครบ 25 ปี
     02. อภิเษกสมรสสมเด็จพระบรมโอรสสาธิราช
     03. เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ทรงสำเร็จการศึกษา
     04. เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ทรงสำเร็จการศึกษา
     05. 80 พรรษา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
     06. องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกครบ 30 ปี
     07. รัชกาลที่ 9 สถิตในสิริราชสมบัติ เป็นสองเท่า ของรัชกาลที่ 4
     08. 50 พรรษา พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
     09. 75 ปี ของการลูกเสือโลก
     10. 100 ปี การไปรษณีย์ไทย
     11. 700 ปี ลายสือไทย
     12. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เจริญพระชนมายุ 84 พรรษา
     13. 72 ปี แห่งการสถาปนาธนาคารออมสิน
     14. งานปีต้นไม้แห่งชาติ
     15. งานกล้วยไม้อาเซียน ครั้งที่ 6
     16. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จเจ้าฟ้านักวิจัย
     17. 100 ปี โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
     18. 5 รอบ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
     19. พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
     20. 72 ปี แห่งการสถาปนาการสหกรณ์แห่งชาติ
     21. เฉลิมพระเกียรติในการทรงนำชนบทให้วัฒนา
     22. 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช
     23. 36 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ
     24. 72 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
     25. 100 ปี แห่งการสถาปนาศิริราชแพทยากร
     26. 90 พรรษา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
     27. 100 ปี กรมบัญชีกลาง
     28. 36 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ
     29. 80 ปี ของการกำเนิดลูกเสือไทย
     30. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เหรียญทองแห่งสุขภาพดีถ้วนหน้า
     31. แมกไซไซทูลเกล้าฯ ถวาย
     32. 100 ปี แห่งวันพระราชสมภพสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
     33. 100 ปี กระทรวงยุติธรรม
     34. 100 ปี กระทรวงมหาดไทย
     35. 100 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
     36. สมมงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 64 พรรษา เท่าพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
     37. 5 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
     38. 60 ปี รัฐสภาไทย
     39. 100 ปี การฝึกหัดครูไทย
     40. 50 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย
     41. 100 ปี แห่งการสถาปนาสถาบันอัยการ
     42. 100 ปี สภากาชาดไทย
     43. 60 ปี กรมธนารักษ์
     44. 100 ปี แห่งวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
     45. 120 ปี สถาบันที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน
     46. 60 ปี ราชบัณฑิตยสถาน
     47. 60 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์





ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในประเทศไทย
http://ngeonboran.blogspot.com/2015/06/10-47.html

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกชนิดราคา 50 บาท


     เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 50 บาท จำนวน 15 เหรียญ ครบชุดในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เริ่มมีการผลิตจนถึงปัจจุบันมาให้ชมกัน ประกอบด้วยเหรียญกษาปณ์ที่ออกเป็นที่ระลึกในวาระต่างๆ ดังนี้




     01. 20 ปี พุทธศาสนิกสัมพันธ์โลก 2514
     02. 100 ปี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 2517
     03. อนุรักษ์ธรรมชาติฯ 2517
     04. การพัฒนาอย่างยั่งยืนฯ (Agricola) 2538
     05. ชุดปีมังกร ค.ศ. 2000 2543
     06. 50 ปี โรงเรียนนายเรืออากาศ 2546
     07. 50 ปี สำนักข่าวกรองแห่งชาติ 2547
     08. 1 พรรษา พระองค์เจ้าทีปังกรฯ 2549
     09. 100 ปี โรงเรียนนายเรือ 2549
     10. 150 ปี โรงกษาปณ์ 2553
     11. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินพระมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554
     12. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555
     13. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558
     14. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินพระมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสมหามงคลฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559
     15. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559
     16. เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 4 กรกฎาคม 2560




ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในประเทศไทย


เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกชนิดราคา 20 บาท


     เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 20 บาท จำนวน 71+1 วาระ ครบชุดในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เริ่มมีการผลิตจนถึงปัจจุบันมาให้ชมกัน ประกอบด้วยเหรียญกษาปณ์ที่ออกเป็นที่ระลึกในวาระต่างๆ ดังนี้



     1. พระชนมายุครบ 3 รอบ รัชกาลที่ 9 (เหรียญเงิน) 2506
     2. 108 ปี แห่งการสถาปนา กระทรวงกลาโหม 8 เมษายน 2538
     3. 120 ปี กระทรวงการคลัง 2538
     4. 120 ปี กระทรวงการต่างประเทศ 14 เมษายน 2538
     5. 72 พรรษา พระพี่นาง 2538
     6. 80 ปี กรมสรรพากร 2538
     7. 120 ปี การตรวจเงินแผ่นดิน 2538
     8. ปีสิ่งแวดล้อมอาเซี่ยน 2538
     9. ปีแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศไทย พ.ศ. 2538
     10. 50 ปี องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ 2538
     11. 75 ปี กระทรวงพานิชย์ 2538
     12. 50 ปี สันติภาพ 2538
     13. เฉลิมพระเกีรยติในการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตอันมั่นคง 6 ธันวาคม 2538
     14. 100 ปี การพยาบาลไทย 2539
     15. พระราชพิธีกาญจนาภิเษก 2539
     16. เหรียญรางวัลสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ 2539
     17. 100 ปี การรถไฟแห่งประเทศไทย 26 มีนาคม 2540
     18. 84 ปี ธนาคารออมสิน 2540
     19. 50 ปี วันทหารผ่านศึก 2541
     20. เฉลิมพระชนพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542
     21. ครบ 84 ปี สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน 18 กันยายน 2542
     22. ASIAN DEVERLOPMENT BANK 6-8 MAY 2000 (2543)
     23. สมมงคลเสมอเท่า รัชกาลที่ 1 2543
     24. 100 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 2543
     25. 72 ปี ข้าราชการพลเรือน 2544
     26. 84 ปี จุฬาลงกรณ์ 2544
     27. 50 ปี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 2545
     28. 100 ปี โรงเรียนนายร้อยตำรวจ 2545
     29. 50 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช 2545
     30. 100 ปี การนำธนบัตรออกใช้ 2545
     31. เฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 75 พรรษา รัชกาลที่ 9 5 ธันวาคม 2545
     32. 80 พรรษา พระพี่นาง 2546
     33. 150 ปี แห่งวันพระราชสมภพ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 20 กันยายน 2546
     34. 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 2547
     35. 200 ปี พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 2547
     36. 72 ปี กรมธนารักษ์ 2548
     37. 50 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา 2548
     38. 100 ปี หอสมุดวชิรญาณ 2548
     39. 80 ปี เจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ 2548
     40. ครบ 50 ปี ฝนหลวงพระราชทาน 14 พฤศจิกายน 2548
     41. พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี 9 มิถุนายน 2549
     42. รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ 2549
     43. 84 พรรษา พระพี่นาง 2550
     44. 75 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 2550
     45. พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
     46. พระบิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย 28 มิถุนายน 2550
     47. 9 รอบ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 2551
     48. รางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา 2551
     49. พระบิดาแห่งการค้าไทย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 4 พฤศจิกายน 2551
     50. เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา พระชนมายุ 84 พรรษา 24 พฤศจิกายน 2552
     51. 100 ปี โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย 29 ธันวาคม 2553
     52. มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 12 สิงหาคม 2555
     53. 150 ปี วันประสูติ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ 21 มิถุนายน 2555
     54. 150 ปี วันพระราชสมภพ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า 10 กันยายน 2555
     55. 120 ปี วันพระราชสมภพ พระบรมราชชนก 1 มกราคม 2555
     56. รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม 16 เมษายน 2555
     57. 80 ปี สำนักนายกรัฐมนตรี 28 มิถุนายน 2555
     58. 100 ปี กรมทางหลวง 2555
     59. 60 ปี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 7 มกราคม 2556
     60. 100 ปี โรงเรียนเพาะช่าง 7 มกราคม 2556
     61. 100 ปี ธนาคารออมสิน 2556
     62. 120 ปี พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่7 2556
     63. 50 ปี แห่งการสถาปนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 21 มกราคม 2557
     64. 80 ปี แห่งการสถาปนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 27 มิถุนายน 2557
     65. 72 ปี แห่งการสถาปนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2 กุมภาพันธ์ 2558
     66. 120 ปี การสถาปนากรมยุทธศึกษาทหารบก 6 สิงหาคม 2558
     67. 100 ปี การสถาปนา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน 18 กันยายน 2558
     68. 50 ปี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI 26 มกราคม 2559
     69. 100 ปี สหกรณ์ไทย 26 กุมภาพันธ์ 2559 วาระสุดท้ายในรัชกาล
     70. 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 26 มีนาคม 2560
     71. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เนื่องในโอกาสองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ทูลเกล้าฯ ถวาย “รางวัลความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์ 27สิงหาคม2558  เปิดจอง มีนาคม 2560




ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในประเทศไทย
http://ngeonboran.blogspot.com/2015/06/20-61.html

เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกชนิดราคา 2 บาท


     เหรียญที่ระลึกชนิด 2 บาท ได้จัดทำขึ้นเพื่อระลึกถึงโอกาสต่างๆ ที่สำคัญของบ้านเมืองในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ทั้งหมด 41 วาระด้วยกัน ดังนี้



     1.เหรียญ 2 บาท ฟ้าหญิงจบเกษตรฯ วันที่ 19 ก.ค. 2522
     2. เหรียญ 2 บาท SEA Games ครั้ง13 วันที่ 8-17 ธ.ค. 1985
     3. เหรียญ 2 บาท ปีต้นไม้ฯ วันที่ 2528 – 2531
     4. เหรียญ 2 บาท ปีเยาวชนฯ ปี 1985
     5. เหรียญ 2 บาท เจ้าฟ้านักวิจัย วันที่ 24 ต.ค. 2529
     6. เหรียญ 2 บาท ปีสันติภาพฯ ปี 1986
     7. เหรียญ 2 บาท 100 ปี ร.ร. นายร้อย จปร. วันที่ 5 ส.ค. 2530
     8. เหรียญ 2 บาท 5 รอบ ในหลวง วันที่ 5 ธ.ค. 2530
     9. เหรียญ 2 บาท 72 ปี การสหกรณ์ วันที่ 26 ก.พ. 2531
     10 .เหรียญ 2 บาท 100 ปี ร.พ.ศิริราช วันที่ 26 เม.ย. 2531
     11. เหรียญ 2 บาท รัชมังคลาภิเษก วันที่ 2 ก.ค. 2531
     12. เหรียญ 2 บาท 36 พรรษา พระบรมฯ วันที่ 28 ก.ค. 2531
     13. เหรียญ 2 บาท 72 ปี จุฬาฯ วันที่ 26 มี.ค. 2532
     14. เหรียญ 2 บาท 100 ปี ศิริราชแพทยากร วันที่ 5 ก.ย. 2533
     15. เหรียญ 2 บาท 90 พรรษา สมเด็จย่า วันที่ 21 ต.ค. 2533
     16. เหรียญ 2 บาท สุขภาพดีฯ วันที่ 17 ธ.ค. 2533
     17. เหรียญ 2 บาท 100 ปี กรมบัญชีกลาง ปี 2533
     18. เหรียญ 2 บาท 36 พรรษา พระเทพฯ วันที่ 2 เม.ย. 2534
     19. เหรียญ 2 บาท 80 ปี ลูกเสือไทย วันที่ 1 ก.ค. 2534
     20. เหรียญ 2 บาท แมกไซไซ(พระเทพฯ) วันที่ 31 ส.ค. 2534
     21. เหรียญ 2 บาท สมมงคลเท่า ร.4 วันที่ 18 พ.ย. 2534
     22. เหรียญ 2 บาท 100 ปี พระราชชนก วันที่ 1 ม.ค. 2535
     23. เหรียญ 2 บาท 100 ปี ก.ยุติธรรม วันที่ 25 มี.ค. 2535
     24. เหรียญ 2 บาท 100 ปี ก.เกษตรฯ วันที่ 1 เม.ย. 2535
     25. เหรียญ 2 บาท 100 ปี ก.มหาดไทย วันที่ 1 เม.ย. 2535 .
     26. เหรียญ 2 บาท 60 ปี รัฐสภา วันที่ 28 มิ.ย. 2535
     27. เหรียญ 2 บาท 5 รอบ ราชินี วันที่ 12 ส.ค. 2535
     28. เหรียญ 2 บาท หนึ่งศตวรรษ ฝึกหัดครู วันที่ 12 ต.ค. 2535
     29. เหรียญ 2 บาท 50 ปี ธ.แห่งประเทศไทย วันที่ 10 ธ.ค. 2535
     30. เหรียญ 2 บาท 100 ปี อัยการ วันที่ 1 เม.ย. 2536
     31. เหรียญ 2 บาท 60 ปี กรมธนารักษ์ วันที่ 23 พ.ค. 2536
     32. เหรียญ 2 บาท 100 ปี ร.7 วันที่ 8 พ.ย. 2536
     33. เหรียญ 2 บาท 100 ปี สภากาชาด วันที่ 2536
     34. เหรียญ 2 บาท 60 ปี ราชบัณฑิตฯ วันที่ 31 มี.ค. 2537
     35. เหรียญ 2 บาท 60 ปี ม.ธรรมศาสตร์ วันที่ 27 มิ.ย. 2537
     36. เหรียญ 2 บาท 120 ปี ที่ปรึกษาฯ(กฤษฎีกา) ปี 2537
     37. เหรียญ 2 บาท 50 ปี FAO ปี 2538
     38. เหรียญ 2 บาท ปีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ปี 2538
     39. เหรียญ 2 บาท ปีแห่งเทคโนฯ(IT) ปี 2538
     40. เหรียญ 2 บาท 100 ปี พยาบาล วันที่ 12 ม.ค. 2539
     41. เหรียญ 2 บาท กาญจนาภิเษก วันที่ 9 มิ.ย. 2539



ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

http://ngeonboran.blogspot.com/2015/05/2-9.html


เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกชนิดราคา 1 บาท


     ชุดเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกชนิด 1 บาท ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นระลึกเนื่องในวาระสำคัญต่างๆที่เกิดขึ้น ในพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2506 - พ.ศ. 2539) ทั้งหมด 16 เหรียญด้วยกัน ดังนี้



     1. เหรียญ 1 บาท 3 รอบ ในหลวง ปี 2506
     2. เหรียญ 1 บาท เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ปี 2509
     3. เหรียญ 1 บาท เอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 6 ปี 2513
     4. เหรียญ 1 บาท เสด็จนิวัติพระนคร ปี 2514
     5. เหรียญ 1 บาท FAO. (ไถนา) ปี 2515
     6. เหรียญ 1 บาท สถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ปี 2515
     7. เหรียญ 1 บาท องค์การอนามัยโลก (W.H.O) ปี 2516
     8. เหรียญ 1 บาท SEAP GAME ครั้งที่ 8 ปี 2518
     9. เหรียญ 1 บาท สมเด็จย่า 75 พรรษา ปี 2518
     10. เหรียญ 1 บาท FAO. (โปรยข้าว) ปี 2520
     11. เหรียญ 1 บาท เจ้าฟ้าสิรินธรทรงสำเร็จการศึกษา ปี 2520
     12. เหรียญ 1 บาท สถาปนาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ปี 2520
     13. เหรียญ 1 บาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราสทรงสำเร็จการศึกษา ปี 2521
     14. เหรียญ 1 บาท เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 8 ปี 2521
     15. เหรียญ 1 บาท FAO. (รวงข้าว) ปี 2525
     16. เหรียญ 1 บาท กาญจนาภิเษก ปี 2539



ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

http://ngeonboran.blogspot.com/2015/05/1-9.html

วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เหรียญ 1 – 50 สตางค์

พ.ศ. 2493 พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 - ตราแผ่นดิน

     ชนิด 5 สตางค์  ทำจาก ดีบุก
     ชนิด 5 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง
     ชนิด 10 สตางค์  ทำจาก ดีบุก
     ชนิด 10 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง
     ชนิด 25 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง
     ชนิด 50 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง
     ชนิด 50 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง ความพิเศษ ตัวเลข 50 ใหญ่

พ.ศ. 2500 พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 - ตราแผ่นดิน

     ชนิด 5 สตางค์  ทำจาก ดีบุก
     ชนิด 5 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง
     ชนิด 5 สตางค์  ทำจาก ทองแดง
     ชนิด 10 สตางค์  ทำจาก ดีบุก
     ชนิด 10 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง
     ชนิด 10 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง ความพิเศษ เลข 1 หางยาว
     ชนิด 10 สตางค์  ทำจาก ทองแดง
     ชนิด 10 สตางค์  ทำจาก ทองแดง ความพิเศษ เลข 1 หางยาว
     ชนิด 25 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง
     ชนิด 25 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง ความพิเศษ ตัวเลข 25 เล็ก
     ชนิด 50 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง

พ.ศ. 2520 พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 - รวงข้าว

     ชนิด 25 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง ความพิเศษ เลข 0 กลม เลข 2 ตัวเขียน
     ชนิด 25 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง ความพิเศษ เลข 0 กลม เลข 2 เหลี่ยม
     ชนิด 25 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง ความพิเศษ  เลข 0 เหลี่ยม เลข 2 เหลี่ยม

พ.ศ. 2523 พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 - รวงข้าว

     ชนิด 50 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง

พ.ศ. 2530 - 2550 พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 - พระเจดีย์วัดพระธาตุหริกุญชัย

     ชนิด 1 สตางค์  ทำจาก อลูมิเนียม

พ.ศ. 2530 - 2550 พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 - พระปฐมเจดีย์

     ชนิด 5 สตางค์  ทำจาก อลูมิเนียม

พ.ศ. 2530 - 2550 พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 - พระเจดีย์วัดพระธาตุเชิงชุม

     ชนิด 10 สตางค์  ทำจาก อลูมิเนียม

พ.ศ. 2530 - 2550 พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 - พระบรมธาตุเจดีย์มหาธาตุ

     ชนิด 25 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง

พ.ศ. 2530 - 2550 พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 - พระเจดีย์วัดพระธาตุดอยสุเทพ

     ชนิด 50 สตางค์  ทำจาก ทองเหลือง

พ.ศ. 2539 ที่ระลึก มหามงคลสมัยพระราชพิธีกาญจนาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช

     ชนิด 1 สตางค์  ทำจาก อลูมิเนียม
     ชนิด 5 สตางค์  ทำจาก อลูมิเนียม
     ชนิด 10 สตางค์  ทำจาก อลูมิเนียม
     ชนิด 25 สตางค์  ทำจาก อลูมิเนียม
     ชนิด 50 สตางค์  ทำจาก อลูมิเนียม