วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เหรียญที่ระลึก UNDP รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ปี2549





          กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสที่สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ปี 2549 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549

          โดยทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรก ที่ได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลเกียรติยศดังกล่าว อันเป็นรางวัลที่ทาง UNDP ได้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อมอบแด่บุคคลดีเด่นที่ได้อุทิศตนตลอดช่วงชีวิต ในการสร้างความกระจ่างต่อสาระสำคัญของการพัฒนา และแสดงถึง รูปธรรมในทางปฏิบัติอันเป็นคุณูปการที่ผลักดันความก้าวหน้าในการพัฒนาคนทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค หรือระดับโลก

          "กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแผ่พระเกียรติคุณของพระองค์ท่านให้แผ่ไพศาลเป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศทั่วโลก ในการที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อความผาสุกของพสกนิกรทั่วประเทศ นับแต่วันแรกที่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ดังพระราชดำรัสว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

          ตลอด 60 ปีที่ทรงครองราชย์ พระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยโดยมิได้เลือกเชื้อชาติ ศาสนา ทรงพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ทำให้นานาประเทศตื่นตัวในการพัฒนาภายใต้แนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และได้รับการขนานพระนามจากชาวโลกว่า #พระมหากษัตริย์นักพัฒนา"

          สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกที่จัดทำขึ้น จะมี 2 ชนิดราคา ได้แก่ 

          1.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงิน ชนิดราคา 900 บาท ประเภทขัดเงาและลงสี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40.6 มิลลิเมตร น้ำหนัก 31.1 กรัม (1 ออนซ์) จำนวนผลิตไม่เกิน 250,000 เหรียญ จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,500 บาท
          โดยถือเป็นครั้งแรกในการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกประเภทขัดเงาและลงสีในประเทศไทย ซึ่งใช้เทคนิคการพิมพ์สีลงบนโลหะเงินบริสุทธิ์ และ

          2.เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 20 บาท ประเภทธรรมดา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 32 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัมจำนวนผลิตไม่เกิน 3,000,000 เหรียญ จ่ายแลกราคาเหรียญละ 20 บาท
          ด้านหน้า บริเวณกลางเหรียญ จะมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะทรงงาน ทรงฉลองพระองค์สากล ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงิน พระบรมรูปใช้เทคนิคการลงสีด้วย
          ด้านหลัง บริเวณกลางเหรียญมีรูปพานเงินรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ เบื้องบนรูปพานเงินมีรูปสัญลักษณ์องค์การสหประชาชาติ ด้านขวาและซ้ายของรูปพานเงินมีข้อความบอกราคา โดยรอบรูปพานเงินเบื้องบนมีข้อความว่า “His Majesty King Bhumibol Adulyadej of Thailand”

          เบื้องล่างมีข้อความว่า “The first UNDP Human Development Lifetime Achievement Award” โดยมีจุดกลมคั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่าง ภายในวงขอบเหรียญ เบื้องบนมีข้อความว่า “รางวัลความสำเร็จ สูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” เบื้องล่างมีข้อความว่า “๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ประเทศไทย” โดยมีรูปลายไทยคั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่างทั้งสองข้าง

          ทั้งนี้ ในวาระอันเป็นมหามงคลดังกล่าว กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญที่ระลึกขัดเงาและลงสีจำนวน 1 เหรียญ เป็นเงินบริสุทธิ์ 99.9 ขนาด 10.1 เซนติเมตร (101 มิลลิเมตร) น้ำหนัก 1 กิโลกรัม โดยมีรูปแบบเช่นเดียวกับ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าว แต่ไม่มีราคาหน้าเหรียญ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

          สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงิน ชนิดราคา 900 บาท ประเภทขัดเงาและลงสี ที่จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,500 บาท ในเบื้องต้น ล็อตแรกจะเปิดให้จ่ายแลกก่อน เป็นจำนวน 50,000 เหรียญ โดยให้แลกได้คนละ 1 เหรียญ(นโยบายเช่นเดิม ไม่ให้เยอะให้คนละเหรียญกลัวไม่พอ สุดท้ายเหลือบาน จนเพิ่งหมดเมื่อไม่นานมานี้ คือช่วงที่ท่านสวรรคต)

          พอท่านเสด็จสวรรคต เหรียญนี้คนเริ่มตามหา จากเดิม พันกว่า สองพัน ก็กระโดดไปเป็น 3,500....4,000 และ 5,000 บาทในช่วงเวลาหนึ่ง ช่วงนี้ น่าจะราวๆ 3,000-3,500 บาท





ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
siamcoin.com


Download Free!!!


หนังสือธนบัตรรัชกาลที่ ๙ 


          หนังสือสือ "ธนบัตรรัชกาลที่๙" จัดทำและรวบรวมภาพโดยธนาคารแห่งประเทศไทย เผื่อให้ ประชาชนที่สนใจเข้าไป ดาวน์โหลด ไปอ่านไปศึกษาได้ฟรี ตามที่อยู่นี้ลิงค์นี้



วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เหรียญบาท ร.6 ช้างสามเศียร

     “เหรียญบาท ร.6 ช้างสามเศียร” เป็นเหรียญเนื้อเงิน ซึ่งได้ต้นแบบเค้าโครงมาจากเหรียญหนวดของ รัชกาลที่ 5 (ร.ศ.127) ซึ่งมีความสวยงามมากนั่นเอง เหรียญ 1บาท ในรัชกาลทีี่ 6 นั้น ออกมาทั้งหมด 6 ปีพ.ศ. โดยเริ่มตั้งแต่ ปีพ.ศ.2456-2461 และได้มีการออกประกาศราชกิจจานุเบกษาด้วย




จำนวนการผลิต

     พ.ศ.2456 = 2,690,000เหรียญ    หายากลำดับ 2
     พ.ศ.2457 =    490,000เหรียญ    หายากลำดับ 3
     พ.ศ.2458 = 5,000,000เหรียญ    หายากลำดับ 4
     พ.ศ.2459 = 9,080,000เหรียญ    หายากลำดับ 6
     พ.ศ.2460 =14,340,000เหรียญ   หายากลำดับ 5
     พ.ศ.2461 = 3,840,000เหรียญ    หายากลำดับ 1


    ปัจจุบันพบเห็นอยู่พอสมควรราคาอยู่ในเกณฑ์ที่ยังซื้อหาจับต้องได้ ในหลักร้อยหลักพันตามแต่สภาพ





ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
http://ngeonboran.blogspot.com/2015/03/blog-post_48.html

เหรียญกษาปณ์ ชนิด 1 บาท พ.ศ. 2520 ภู่สั้น - ภู่ยาว


     เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิด 1 บาท ปีพ.ศ. 2520 มีผลิตออกมาทั้งหมด 2 บล๊อกด้วยกัน คือ บล็อกภู่สั้น และ บล๊อกภู่ยาว ซึ่งภู่สั้นจะหายากกว่าภู่ยาวและปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้วนั้น



จุดสังเกตุ ดังนี้
     1. ลวดลายของลำเรือภู่ยาวจะคมชัดกว่า
     2. ทหารพายเรือภู่ยาวจะเห็นเป็นส่วนๆ แต่ภู่สั้นจะเห็นเต็มตัว
     3. ภู่ยาวมีขีดที่พระกรรณ (ใบหู) ส่วนภูสั้นไม่มี

สำหรับนักสะสมมือใหม่ยังพอหาเก็บกันได้ตามแผงพระหรือชมรมนักสะสมเหรีญโบราณต่างๆ




ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
http://ngeonboran.blogspot.com/2015/04/9-1.html

ความแตกต่างระหว่างเหรียญ 5 บาท ปี 2540 กับ ปี 2550

          เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิด 5 บาท พ.ศ.2540 รัชกาลที่ 9 ผลิตออกมาเพียง 10,000 กว่าเหรียญเท่านั้น ส่วนหนึ่งอยู่ในมือนักสะสมและส่วนหนึ่งยังคงหลงเหลือในระบบหมุนเวียนเงินตราปัจจุบัน ซึ่งคิดว่าคงจะมีให้เห็นบ้างตามร้านค้าทั่วไป น่าจะเพียงหลักพันต้นๆเท่านั้น จึงเป็นเหรียญนิยมอันดับ 1 ในเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิด 5 บาทในปัจจุบัน เมื่อของหายากก็ต้องมีราคาสูงเป็นเรื่องปกติ จะเห็นได้ว่าราคา เหรียญ 5 บาท ปี 2540 มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันขึ้นไปเกือบครึ่งหมื่น โดยส่วนตัวแล้วคงได้เห็นเหรียญนี้ไปแตะที่หลักหมื่นอย่างแน่นอน

          เป็นที่แน่นอนว่าเมื่อสิ่งใดก็แล้วแต่ที่เป็นวัตถุนิยมและราคาสูง ย่อมมีของเลียนแบบหรือปั้มใหม่เพื่อหลอกขายกับนักสะสมรุ่นใหม่หรือแม้แต่บุคคลทั่วไปที่มีชั่วโมงบินต่ำเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ถูกหลอกควรศึกษาสักนิดตามแหล่งความรู้ต่างๆ กลุ่มนักสะสม หนังสือ หรืออื่นๆ เพื่อเพิ่มชั่วโมงบินให้กับตัวเองประกอบด้วย

          ผู้เขียนได้จัดทำข้อมูลขึ้นเพื่อศึกษาเปรียบเทียบตำหนิเหรียญนิยมนี้ขึ้นมา ระหว่างเหรียญ 5 บาท ปี พ.ศ. 2540 กับ ปี พ.ศ. 2550 ซึ่งในปัจจุบันมีการเจียหาง 2550 ออกมาเพื่อหลอกขายให้กับกลุ่มนักสะสมนักต่อนักแล



จุดสังเกต ดังนี้
1. ให้สังเกตเลข "๔" จะต้องตั้งตรงและปลายหางจะโค้งชี้ไปข้างหลัง
2. ให้สังเกตจุดระหว่าง "พ" กับ "ศ" ซึ่งปี 2540 จะห่างจากตัว "ศ" มากกว่าปี 2550 อย่างชัดเจน





ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
http://ngeonboran.blogspot.com/2015/07/5-2540-2550.html

เหรียญชนิด 1 บาท รัชกาลที่ 5 ร.ศ. 127 ของแท้และเทียม

วิธีดูตำหนิเหรียญชนิด 1 บาท รัชกาลที่ 5 ร.ศ. 127 ของแท้และเทียม (ลูกศรแดงชี้คือของปลอม)

     เหรียญ ร.5 ร.ศ. 127 เป็นเหรียญเนื้อเงิน บางคนเรียก "เหรียญหนวด" บ้างเรียก "เหรียญ ร.5 ช้างสามเศียร" นับว่าเป็นเหรียญหายากและนิยมที่สุดเหรียญหนึ่งเลยที่เดียว ทั้งกลุ่มนักสะสมพระและเหรียญโบราณ จึงทำให้ราคาค่อนข้างสูงเริ่มต้นกันที่ 1.5 แสน บาทตามสภาพการเก็บรักษา จึงมีการปลอมแปลงออกมามากมายหลายบล๊อก แต่ก็สามารถดูได้ง่ายจากความสวยงามและความคม ชัด ลึก ของเหรียญ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ดูด้านหัวและก้อย
     ลองพลิกเหรียญดูหากด้านหัวและก้อยตรงกัน แสดงว่าปลอม 100%

ขั้นตอนที่ 2 เปรียบเทียบกับรูปด้านข้างล่างนี้ 
     ถ้ามีจุดหนึ่งใดแตกต่างจากของแท้ แสดงว่าปลอม 100%

ขั้นตอนที่ 3 ดูขอบเฟือง
     ให้ดูที่ของเฟืองของเหรียญจะมีขีดตรงกลางทุกช่อง ซึ่งเกิดมากจากบล๊อกพิมพ์ ถ้าไม่มีแสดงว่าปลอม 100%

ขั้นตอนที่ 4 ช่างน้ำหนัก
     ให้ช่างน้ำหนัก ถ้าของแท้ 1 บาทจะอยู่ที่ 15 กรัมพอดี แต่ก็มีความเป็นได้ว่าอาจจะเกิดการสึกหรอบ้างตามระยะเวลา แต่ไม่ต่ำกว่า 14.5 กรัมเป็นการดี



ด้านหน้า





ด้านหลัง





หูมีความชัดเจน ไม่ติดกันเหมือนลูกศร




 





หัวตัวอักษรต้องมีความกลม มน ไม่เป็นเหลี่ยม บิดเบี่ยวและเป็นรายตัด





ตัวอักษร ฐ ต้องเฉียงลงตรง 





จุดต้องมนและกลม





มงกุฏแหลม คม และมีความอ่อนช้อย





ฐานเท้า





ตาช้าง





A.PATEY ตัว T ต้องมีหางทั้งสองซ้ายขวาเท่ากัน






ขอบมีเส้นนวดแมว





ขอขอบคุณภาพและข้อมูล
http://ngeonboran.blogspot.com/2015/03/1-5-127.html

ธนบัตรที่ระลึก ร.9 ย้อนรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง



        ธปท. จัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึก ร.9 ชุดพิเศษ ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวย้อนรำลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของประชาชน เริ่มแลกได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2560

        วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 มีรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้พิมพ์ธนบัตรชุดใหม่ขึ้นคือ "ธนบัตรที่ระลึก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" โดยจะใช้เป็นธนบัตรหมุนเวียนทั่วไป

        โดยธนบัตรที่ระลึกชุดพิเศษนี้ ได้อัญเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวในธนบัตร เพื่อย้อนรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของประชาชนตราบนิจนิรันดร์

        ทั้งนี้จัดพิมพ์ทั้งหมด 5 ชนิดราคา ได้แก่ 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท โดยประชาชนสามารถแลกธนบัตรทุกชนิดราคา ผ่านช่องทางธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2560 เป็นต้นไป




           มีลักษณะ สี และขนาดเช่นเดียวกับธนบัตรชนิดราคา ๒๐ บาท แบบ ๑๖

           ภาพประธานด้านหลัง พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงฉาย ณ โรงแรมเซโฮฟ (Seehof) เมืองดาวอส (Davos) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

           ​ขนาด  ๗.๒๐ x ๑๓.๘๐ เซนติเมตร







           มีลักษณะ สี และขนาดเช่นเดียวกับธนบัตรชนิดราคา ๕๐ บาท แบบ ๑๖

           ภาพประธานด้านหลัง ​พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ พระตำหนักวิลล่าวัฒนา ในระหว่างที่ทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

           ​ขนาด  ๗.๒๐ x ๑๔.๔๐ เซนติเมตร







           มีลักษณะ สี และขนาดเช่นเดียวกับธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐ บาท แบบ ๑๖

           ภาพประธานด้านหลัง พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ บ้านกูตง-บ้านบาโงกูโบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๒๘

           ​ขนาด  ๗.๒๐ x ๑๕.๐๐ เซนติเมตร







           มีลักษณะ สี และขนาดเช่นเดียวกับธนบัตรชนิดราคา ๕๐๐ บาท แบบ ๑๖

           ภาพประธานด้านหลัง ​พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ บ้านยูโย จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๓๙

           ​ขนาด  ๗.๒๐ x ๑๕.๖๐ เซนติเมตร








          มีลักษณะ สี และขนาดเช่นเดียวกับธนบัตรชนิดราคา ๑,๐๐๐ บาท แบบ ๑๖

          ​ภาพประธานด้านหลัง ​พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จลง ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

           ​ขนาด ๗.๒๐ x ๑๖.๒๐ เซนติเมตร




ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ธนาคารแห่งประเทศไทย - Bank of Thailand, 
ธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนบัตรที่ระลึก 50 ปี แห่งการครองราชย์



          ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลความรู้ ธนบัตรที่ระลึกฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทุกจุดบนธนบัตรล้วนมีความหมาย

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นแบบอย่างของมหาราชกษัตริย์ ด้วยพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างมากมายมหาศาลทั่วทุกสารทิศ นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 จึงทำให้พระองค์กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่สรรเสริญยกย่องของประชาชนทุกหมู่เหล่า ดังนั้นที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้จัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึกเพื่อเฉลิมพระเกียรติอยู่หลายครั้ง

          หนึ่งในนั้นคือ ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ที่จัดพิมพ์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 เพื่อเป็นสิ่งย้ำเตือนให้ประชาชนได้ระลึกถึงพระราชกรณียกิจและพระอัจฉริยภาพของพระองค์ ซึ่งเฟซบุ๊ก ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้นำข้อมูลธนบัตรที่ระลึกชนิดนี้มาเผยแพร่ให้ทราบกันว่า ส่วนประกอบแต่ละจุดของธนบัตรนั้นล้วนมีความหมายอันลึกซึ้งและยิ่งใหญ่ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับธนบัตรที่ระลึกในรัชสมัยรัชกาลที่ 9


          ธนบัตรที่ระลึกแบบพิเศษ ชนิดราคา 500 บาท เริ่มจ่ายแลกเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2539 จำนวน 1,000,000 ฉบับ ทุกฉบับมีเลข 50 นำหมวดเลขหมาย ซึ่งหมายถึง 50 ปีแห่งการครองราชย์ และเป็นธนบัตรที่มีการพิมพ์บนวัสดุโพลีเมอร์เป็นครั้งแรก


          ผนึกฟอยล์สีทองพระบรมฉายาทิสลักษณ์ ล้อมรอบด้วยพื้นที่ใสซึ่งมองทะลุผ่านได้ โดยปริมณฑลหลังพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์จะเปลี่ยนสีสะท้อนแสงวาววับเมื่อพลิกธนบัตรไปมา เรียกว่า Optically Variable Device (OVD) นับเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้เพื่อเพิ่มความสวยงามและเป็นลักษณะพิเศษต่อต้านการปลอมแปลง ความสุกสว่างของ OVD สีทอง สื่อความหมายแห่งพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ภายในเนื้อวัสดุ มีรูปตราจักรีซ่อนอยู่ที่เบื้องขวาของพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ มองเห็นได้ทั้งสองด้านเมื่อยกธนบัตรขึ้นส่องดูกับแสงสว่าง



          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงถือว่า การดูแลทุกข์สุขของราษฎรทั่วราชอาณาจักรเป็นพระราชภาระที่สำคัญ ในการเสด็จทรงงานแต่ละครั้ง พระองค์จึงทรงใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อบันทึกข้อมูลและติดตามสถานการณ์ ได้แก่ แผนที่ ดินสอ กล้องถ่ายรูป และวิทยุสื่อสาร

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีความเชื่อมั่นว่า เมื่อใดที่สามารถแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องน้ำเพื่อการบริโภคและอุปโภคแล้ว เมื่อนั้นราษฎรย่อมจะมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม พระองค์จึงโปรดให้จัดตั้งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศเกือบพันโครงการ



         พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงริเริ่มให้มีการพัฒนาที่ดินว่างเปล่าเพื่อจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน รวมทั้งโปรดให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเพื่อหาวิธีการเพาะปลูกให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ทรงเน้นให้เพาะปลูกพืชที่เป็นที่นิยมของตลาด เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของท้องถิ่น ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้เสริม

          ด้วยพระองค์ทรงตระหนักถึงปัญหาความเสื่อมโทรมของผิวดิน จึงมีพระราชดำริในการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝก ทำให้สามารถใช้ที่ดินนั้นทำการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ได้ ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำด้วย และเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2536 ธนาคารโลกได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลรากหญ้าแฝกชุบทองสำริด ซึ่งเป็นรางวัลสดุดีพระเกียรติคุณในฐานะผู้อนุรักษ์ดินและน้ำดีเด่น



          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงริเริ่มโครงการหลวงเมื่อ พ.ศ. 2512 ทรงใช้พระราชทรัพย์สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาพื้นที่ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่สูงของภาคเหนือ รวมถึงชาวเขา กล่าวได้ว่า โครงการหลวงทำให้ประชาชนที่อาศัยในที่สูงเลิกปลูกฝิ่น มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง รวมทั้งมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางเกษตรกรรม เช่น ไม้ดอกไม้ผลเมืองหนาว

          นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงตระหนักถึงพิษภัยจากมลภาวะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน้ำเสีย จึงทรงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย และพระราชทานชื่อว่า "กังหันน้ำชัยพัฒนา" โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 สภาวิจัยแห่งชาติได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลที่ 1 ในประเภทผลงานคิดค้นหรือสิ่งประดิษฐ์ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติประจำปี 2536 และทางราชการได้กำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น "วันนักประดิษฐ์" อีกด้วย



ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
ธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนบัตรที่ระลึก ชนิดราคา 500,000 บาท ราคาสูงที่สุด





         ธนาคารแห่งประเทศไทย แพร่ภาพธนบัตรที่ระลึก ชนิดราคา 500,000 บาท เป็นธนบัตรไทยที่ราคาสูงที่สุด ออกเมื่อปี 2543 เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันราชาภิเษกสมรส และวันบรมราชาภิเษก ครบ 50 ปี 

         วันที่ 26 ตุลาคม 2559 เพจ Bank of Thailand ของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ภาพและข้อมูลของธนบัตรที่ระลึก ชนิดราคา 500,000 บาท ธนบัตรไทยที่มีชนิดราคาสูงที่สุด ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดพิมพ์เมื่อปี 2543 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในอภิลักขิตสมัยมหามงคล วันราชาภิเษกสมรส และวันบรมราชาภิเษก ครบ 50 ปี โดยมีชนิดราคา 500,000 บาท และ 50 บาท
         ทั้งนี้เพื่อเทิดทูนความรักที่มีต่อกันระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่ทั้งสองพระองค์ที่ทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพสกนิกร โดยมิได้ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย นับเป็นความรักที่หาที่สุดมิได้ และเป็นบุญบารมีของพสกนิกรที่ได้มีโอกาสถวายความจงรักภักดีในครั้งนี้

         สำหรับธนบัตรที่ระลึกชนิดราคา 500,000 บาท เริ่มนำออกจ่ายแลกให้กับประชาชน เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2543 จัดพิมพ์จำนวน 1,998 ฉบับ แบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ

         1. ชุดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีตราอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. นำหมวดเลขหมายทั้งไทยและอารบิก จำนวน 999 ฉบับ

         2. ชุดสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีตราอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. นำหมวดเลขหมายทั้งไทยและอารบิก จำนวน 999 ฉบับ

         สำหรับธนบัตรที่ระลึกชุดนี้ มีลักษณะพิเศษกว่าธนบัตรทั่วไป โดยมีขนาดกว้าง 12.6 เซนติเมตร ยาว 20.5 เซนติเมตร และบนธนบัตรยังมีรายละเอียดพิเศษเป็นภาพอ้างอิงจากพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน 9 จุดด้วยกัน



         จุดที่ 1 เป็นภาพพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 5 พฤษภาคม 2493 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจิมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ในพิธีประกาศสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี



         จุดที่ 2 ขณะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ



         จุดที่ 3 ฟอยล์สีเหลืองทอง สลักพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ซ้อนกับพระฉายาสาทิสลักษณ์ มองเห็นสลับกันเมื่อพลิกธนบัตรไปมา และมีตัวเลข 500000 ขนาดเล็กล้อมรอบฟอยล์สีเหลืองทองนี้ด้วย



         จุดที่ 4 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงหลั่งทักษิโณทกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493



         จุดที่ 5 พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ และพระฉายาสาทิสลักษณ์ของพระราชินี ขณะประทับบนดาดฟ้าเรือซีแลนเดีย ในระหว่างเสด็จนิวัตพระนคร เมื่อปี 2493 ขณะเป็นพระคู่หมั้น



         จุดที่ 6 ภาพพระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล ที่ประทับหลังจากพิธีราชาภิเษกสมรส



         จุดที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรส และพระราชธิดา ครบทุกพระองค์



         จุดที่ 8 พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ขณะสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเจิม หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493



         จุดที่ 9 ขณะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ





ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
ธนาคารแห่งประเทศไทย